กฎหมายและการบังคับใช้เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

________________________________
เรียบเรียงโดย ดร.มณีรัตน์ เข็มขาว

 

ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติทั้งเพื่อการดำรงชีพและการอุตสาหกรรม ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากส่งกระทบโดยตรงต่อปริมาณของทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมตามมาอีกด้วย เช่น การลดลงของพื้นที่ต้นน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน การลดลงของสัตว์ป่า การเปลี่ยนเแปลงของสภาวะอากาศ และเมื่อผนวกเข้ากับการขยายตัวของชุมชนเมืองและการเพิ่มขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรม ที่สร้างขยะ น้ำเสีย ของเสีย และมลพิษในรูปแบบต่าง ๆ ยิ่งทวีความรุนแรงส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรา

ประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น กฎหมายคุ้มครองและรักษาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ กฎหมายการควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมลพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่ประกอบด้วย 115 มาตรา แบ่งออกเป็น 7 หมวด ครอบคลุมตั้งแต่การแต่งตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ การจัดตั้งกองทุนสิ่งแวดล้อม กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ รวมทั้งมาตรการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกฎหมายความรับผิดชอบทางแพ่ง บทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล

แม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันก็ยังไม่ลดลงเท่าที่ควรเนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่ สาเหตุเพราะประชาชนยังไม่ตระหนักในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม และขาดความรู้ความเข้าใจในข้อกำหนดต่าง ๆ ในกฎหมายสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันการศึกษารวมทั้งมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนและการวิจัยเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม จึงควรมีบทบาทในการเป็นผู้นำ ถ่ายทอดความรู้ และกระตุ้นจิตสำนึกทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นได้จริง และส่งผลให้เรามีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

การให้ความรู้เรื่องมาตรฐานคุณภาพน้ำแก่ชาวบ้านองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างหิน
อ.ปากท่อ จ. ราชบุรี วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560